ก่อนที่ผมจะต้องจากเมืองไทยไป จากคนที่ผมรักไป ผมมีเรื่องอยากจะบอกกับคุณ คนที่ผมรักสุดหัวใจ
เมื่อตอนม.6 ที่ผมได้เจอกับคุณครั้งแรก ก่อนหน้านั้นผมไม่ได้คิดอะไรกับคุณเป็นพิเศษ หรือเกินคำว่าเพื่อนเลย แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณสอนผมในหลายๆเรื่อง เราทั้งสองคนได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ผมไม่รู้ว่าผมรู้สึกแบบนั้นกับคุณตั้งแต่ตอนไหน ถ้าจะให้เดาเอา ผมคงจะคิดกับคุณเกินเพื่อนตั้งแต่เจอคุณครั้งแรก แต่ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรจริงจัง เลยปล่อยให้ความรู้สึกนั้นมันผ่านพ้นไป
และเมื่อได้รู้จักกับคุณมากขึ้น ความรู้สึกที่ผมเคยมองข้ามไปนั้น มันได้ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยมิตรไมตรีของคุณ ที่หยิบยื่นมาให้ ทำให้ผมแน่ใจกับความรู้สึกนั้น ในใจของผม ผมเลือกแล้ว ว่าใครที่จะเป็นคนถือหมอนให้กับผมในวันบวช ใครจะเป็นคนที่ผมอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิตผม แต่ด้วยความที่คุณ เป็นคนที่มีรุ่นน้อง และอาจารย์รู้จักมากมาย ผมเองที่เป็นแค่เด็กใหม่ในปีนั้น จึงทำให้ไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับคุณมากนัก เพราะความเกรงใจ และกลัวที่จะพูดบางอย่างออกไป กลัวว่าถ้าผมพูดออกไป คุณจะเกลียด คุณจะโกรธผม และอีกอย่าง คุณอาจจะไม่รู้ตัวเลยว่า คุณมีเสน่ห์มากแค่ไหน เพราะไม่มีใครเคยบอกคุณ
ผมไม่ได้หมายถึงเสน่ห์เรื่องรูปร่าง หรือหน้าตา แต่ที่ผมหมายถึง คือ ความดีของคุณที่มีมอบให้คนอื่นเสมอ สิ่งนั้น ทำให้คุณเป็นที่รักของเพื่อนๆในห้อง และครูอาจารย์ที่รู้จักคุณ
แล้วผมก็ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป จนกระทั่งจบม.6 ผมก็ยังไม่ได้บอกความรู้สึกนั้นกับคุณ และผม ก็หายหน้าหายตาไปจากชีวิตคุณ เวลาเกือบ 2 ปี ผมไปค้นหาตัวเอง รวมถึงค้นหาคุณด้วย ระหว่างนั้นผมไม่รู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ใช้เบอร์มือถือเบอร์อะไร ผมตามหาจนกระทั้งได้เจอเบอร์มือถือของคุณจากเพื่อนคนนึง นับจากวันนั้นมา ผมพยายามติดต่อหาคุณตลอด เท่าที่เวลาอันน้อยนิดของผมจะอำนวย ระหว่างนั้น ผมเองก็แอบสืบความรู้สึกของคุณที่มีต่อผม จากเพื่อนสนิทของคุณ
แล้วคำตอบที่ผมได้รับ มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดีใจอย่างมาก และเสียดายอย่างมากเช่นเดียวกัน เพื่อนของคุณบอกกับผมว่า คุณชอบผมตั้งแต่ตอนที่อยู่ม.6 แต่ไม่ได้บอกกับผม เพราะความกลัวเช่นเดียวกันกับผม คำตอบนั้นทำให้ผมเสียดายเวลาที่ผ่านไปเกือบ 3 ปีนั่น
จนกระทั่งวันนึง ผมตัดสินใจบอกคุณโดยทางอ้อม ตอนนั้นผมคิดแค่เพียงว่า ขอให้ได้รับคำตอบที่เป็นคำตอบที่ผมรอคอย ผมรวบรวมความกล้าฝึกพูดต่อหน้ากระจก ก่อนที่จะตัดสินใจโทรหาคุณ ผมบอกคุณเรื่องที่ผมจะต้องไปเกณท์ทหาร และ เรื่องที่ผมจะต้องบวชหลังจากเกณฑ์ทหารเสร็จ ผมขอให้คุณไปช่วยถือหมอนให้ในวันบวชของผม คุณขอเวลาคิด และผมเริ่มบอกคุณถึงความรู้สึกของผมโดยทางอ้อม เพียงเพราะผมไม่กล้าบอกกับคุณตรงๆ ทุกคำถามของผม คุณตอบกลับมาเหมือนกัน ขอคิดดูก่อนได้มั๊ย ผมให้คุณกลับไปคิด 1 คืน แล้ววันรุ่งขึ้น คุณก็โทรกลับมาหาผม บอกให้ผมเข้ามาดูที่ Blog ของคุณ ในตอนนั้นมีเพลง When I fall in love ดังขึ้นจาก Blog ของคุณ
ผมเดาคำตอบได้ไม่ยากนัก และผมเดาว่า คุณให้โอกาสผม...วันนั้น เป็นวันที่ 4 มีนาคม วันที่ผมจะจำไปจนชั่วชีวิต
หลังจากนั้น ผมและคุณ ก็ได้กลับเข้ามาในโลกของเรา 2 คน โลกที่ผมฝันจะได้เจอตั้งแต่ตอนม.6 แม้ว่าจะใช้เวลานานเท่าไร มันจะยังคงเป็นโลกแห่งความสุขของผมตลอดไป ผมยอมรับว่าผมเป็นคนขี้หึง แล้วก็ไม่ชอบให้ใครเข้ามาใกล้คนรักของผม แต่มีเหตุการณ์นึงที่มันอาจจะทำให้คุณโกรธผม เพราะคนๆนั้น เป็นน้องของคุณ รุ่นน้องที่รู้จักกันมาพอๆกับผม แต่แค่ผมเข้าไปเห็นภาพแบบนั้นอยู่ตรงหน้า ผมก็ทนไม่ได้จริงๆ ผมขอโทษ คำขอโทษที่ไม่เคยบอกกับคุณ เพราะผมไม่รู้ว่าในตอนนั้นคุณคิดยังไง
ตอนที่คุณกับผม คบกันได้ ประมาณ 1 เดือน ผมพาคุณไปที่บ้าน เพื่อไปพบกับแม่ของผม พอผมบอกเรื่องคุณกับแม่ แม่ผมก็อยากเจอคุณมาก จริงๆแล้ว ผมบอกเรื่องนี้กับแม่ ก่อนที่จะบอกรักคุณเสียอีก แม่ผมรู้ตั้งแต่ตอนม.6 แล้วก็เคยเจอกับคุณครั้งนึงตอนม.6 ด้วยเช่นกัน วันนั้น แม่บอกให้ผมพาคุณไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน หลังจากที่แม่ผมดูดวงของคุณเสร็จ แม่บอกกับผมแค่คำเดียวว่า อดทนนะลูก ตอนนั้นผมเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าแม่หมายความถึงเรื่องอะไร พอผมถามกับคุณ คุณก็บอกว่า แม่บอกว่าให้เรียนจบเร็วๆนะลูก คำพูดของแม่ทำเอาผมงงไปหมด แม่หมายความว่ายังไงกันแน่ แล้วไม่นานนัก ผมก็ได้รู้คำตอบนั้น
มีอยู่ครั้งนึง ที่คุณมาหอมแก้มผม แล้วบอกกับผมว่า ขับรถดีๆนะ เรายังไม่อยากตาย ผมอยากจะบอกคุณว่า ยิ่งคุณทำแบบนั้นผมยิ่งประหม่า แต่อาการง่วงเหงา ที่คุณเห็น ผมแค่เล่นละครเท่านั้น ผมอยากรู้ว่าคุณจะทำยังไง ถ้าต้องนั่งรถไปกับคนขับที่ง่วงนอนอย่างมากแบบผม แล้วคุณก็มอบยาแก้ง่วงชั้นดีให้กับผม
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ผมตั้งใจแน่วแน่ว่าแม่ของลูกผม ต้องเป็นคุณเท่านั้น ผมไม่มีทางยอมให้ใครมาแทนที่คุณเป็นอันขาด ถึงแม้ว่าในอนาคตผมกับคุณจะต้องพรากจากกันไม่วันใดก็วันนึง
ครั้งหนึ่งที่ผมทะเลาะกับคุณ เพราะคุณอารมณ์ร้อน และกำลังอารมณ์ไม่ดีกับเพื่อนของคุณ คุณดุใส่ผม ตอนนั้นผมยอมรับว่าผมโกรธ ว่าทำไมคุณต้องมาดุใส่ผม แต่คุณก็มาขอโทษผม จากเหตุการณ์นั้น ผมจึงอยากวัดใจคุณอีกครั้ง หลังจากยาแก้ง่วงในครั้งนั้น กับ ยาแก้ง่วงตรงที่ปากในตอนนี้ ผลลัพธ์ที่ผมได้ มันยิ่งทำให้ผมรักคุณมากขึ้นเป็นทวีคูณ
แต่ความสุขของผมกับคุณจะต้องถูกขัดขวางโดยทางญาติของผมเอง ผมถูกเรียกตัวไปอุบลฯอย่างกระทันหัน ก่อนหน้านั้นคุณบอกกับผมว่า เพื่อนของคุณต้องย้ายมหาลัย คุณก็เลยเหลือแค่ตัวคนเดียว ในวันเปิดเทอมวันแรก ผมจึงตัดสินใจไปรับคุณที่บ้าน และรอคุณอยู่ที่มหาลัยจนคุณเลิกเรียนและพาไปส่ง ก่อนที่จะตีรถไปที่อุบล ทันทีตามคำสั่งของคุณย่าของผม
ตอนนั้นผมเองคิดว่ามันเป็นแค่การเรียกกลับไปธรรมดาๆ เหมือนกับทุกครั้ง แต่ผมคิดผิดมหันต์ เรื่องที่ผมจะต้องพบเจอ ในการกลับบ้านครั้งนี้ คือ เรื่องคำสั่งที่จะให้ผมไปเรียนต่อที่อเมริกา และเรื่องการหมั้นของผม เรื่องแรก ผมไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะคิดว่า ทางบ้านคงจะให้ผมไปหลังจากจบมหาวิทยาลัยจากที่เมืองไทยแล้ว แต่เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน ผมตกใจมากกับการบังคับจิตใจของผม จากย่าและพ่อ ผมยืนกรานเสียงแข็งว่าผมไม่ต้องการหมั้น ผมมีคนที่ผมเลือกเอาไว้แล้ว แต่นั่น ยิ่งทำให้คุณย่าของผมโกรธจัด จนถึงขั้นเป็นลม ล้มพับไป ในตอนนั้นเอง คุณแม่ของผม ก็เข้ามาบอกกับผมว่า อดทนนะลูก คำพูดเดิม ที่เคยพูดกับผมก่อนหน้านี้ ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่ามันหมายถึงอะไร แม่บอกให้ผมออกไปนอกห้องก่อน ตอนนั้นผมสับสน ทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เพราะคิดถึงคุณ คนที่ผมเลือก
และในวันรุ่งขึ้น เรื่องการไปเรียนต่อที่ผมไม่ได้ใส่ใจ ก็กลับมาทำร้ายจิตใจของผม คุณย่าบังคับให้ผมไปเรียนต่อภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ถ้านับจากตอนที่ผมทราบเรื่องประมาณวันที่ 8 มิถุนายน เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 เดือน และที่สำคัญที่สุด ผมจะบอกกับคุณว่าอย่างไร ผมจะทนอยู่ห่างคุณได้นานแค่ไหน ผมถูกบังคับให้ไปเริ่มเรียนปริญญาตรีใหม่อีกครั้ง ที่มหาวิทยาลัยที่เพื่อนของคุณพ่อกำลังติดต่อให้ จนกว่าผมจะจบปริญญาโท ผมไม่สามารถ กลับมาที่เมืองไทยได้ ผมไม่สามารถกลับมาหาคุณได้ ผมทนได้ถ้าเพียงมันจะใช้เวลาแค่ 1 หรือ 2 ปี แต่ในครั้งนี้ผมไม่รู้วัน ไม่รู้เวลา ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ที่จะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง หลังจากที่ผมไม่สามารถขัดขืนอะไรได้ ผมตีรถกลับมากรุงเทพประมาณวันที่ 11 มิถุนายน ผมยังไม่สามารถคิดหาวิธีที่จะบอกกับคุณได้
จนกระทั่งผมได้ผมกับภาพยนต์เรื่องนึง ที่ผมคิดว่า จะใช้เรื่องนี้เป็นสื่อกลางที่จะบอกกับคุณ ผมชวนคุณไปดูเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยไม่รอฟังคำตอบของคุณว่าคุณจะตกลงหรือไม่ ด้วยความเอาแต่ใจของผม คุณตกลงไปกับผม วันนั้น ผมไปรับคุณที่บ้าน คุณอยู่ในชุดสีชมพู กระโปรงยืนส์ แว่นที่ไม่ได้ใส่มานาน ผมที่ไม่ได้รวบขึ้นไปเหมือนทุกครั้ง พอผมถามเรื่องผมของคุณ คุณก็ตอบว่า แม่ทำให้ เค้าซื้อที่ติดผมมาใหม่ ผมคิดว่าคุณเหมาะกับชุดนี้มากที่สุด วันนั้นคุณน่ารักมากๆ ในสายตาของผม ผมจึงพาคุณไปที่โรงหนังที่จองที่นั่งเอาไว้
หนังที่ผมใช้สื่อให้คุณรู้คือเรื่อง "รักจัง" ตอนแรก ผมคิดว่าคุณคงต้องไม่ยอมมาแน่ๆ เพราะมีใครบางคนที่คุณไม่ค่อยชอบร่วมเล่นในเรื่องนี้ด้วย ดูไปถึงค่อนๆท้ายเรื่อง ผมจับมือของคุณเอาไว้ตลอดเวลานับตั้งแต่ตอนนั้น จนเมื่อถึงตอนที่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงของผมและคุณ ผมเผลอบีบมือคุณอย่างแรง แต่คุณก็ไม่ได้ว่าอะไรผม และเมื่อดูจบ ผมทำบางอย่างที่มันเป็นการไม่ให้เกียรติคุณ
ผมจูบคุณ
ด้วยความคิดชั่ววูบ ว่าผมคงไม่มีโอกาสได้มานั่งดูหนังกับคุณอีกแล้ว แล้วผมก็ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของคุณที่มาสัมผัสหน้าของผมอย่างแรง จนคนในโรงหันมามอง หลังออกจากโรง คุณถามผมว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ผมตั้งใจจะบอกเรื่องที่ต้องไปเรียนต่อกับคุณในตอนนั้นเลย แต่ปากของผม มันไม่ตรงกับที่ใจคิด ผมบอกคุณไปในอีกเหตุผลนึง ผมและคุณเคลียร์กันเข้าใจ ก่อนที่ผมจะพาคุณกลับมาส่งที่บ้าน
ในวันนั้นเอง ผมตัดสินใจแล้วว่า ผมจะต้องโทรไปบอกความจริงทั้งหมดกับคุณ ทั้งเรื่องเหตุผลที่ผมชวนคุณไปดูหนังเรื่องนี้ และเรื่องที่ผมทำไม่ดีกับคุณ ทุกอย่างล้วนเป็นเหตุผลที่ผมจะต้องไปเรียนต่อ ระหว่างที่ผมบอก ผมมั่นใจว่าได้ยินเสียงคุณร้องไห้ แต่พอถามทุกครั้ง คุณกลับบอกว่า ไม่มีอะไร ไม่ได้ร้องซักหน่อย
ผมไม่อยากจะยื้ออารมณ์คุณไว้มากกว่านี้ จึงวางโทรศัพท์ไป ผมมั่นใจว่าคุณต้องร้องไห้ เสียใจ แต่ผมเอง ก็เป็นเหมือนคุณเช่นกัน น้ำตาที่ไหลออกมา น้ำตาที่ถ้าหากผมไปเรียนต่อแล้ว จะไม่มีใครคอยซับให้ผม ผมนึกถึงน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากดวงตาของคุณ น้ำตาที่ผม ไม่มีโอกาสได้ซับให้คุณ อ้อมกอดที่ผมไม่สามารถมอบให้คุณได้อีกแล้ว
ผมคุยกับคุณทาง MSN อีกครั้ง พร้อมกับเพื่อนของคุณ อีก 2 คน ในที่นั้น คุณบอกผมว่า รอมาได้ตั้ง 3 4 ปี จะรออีกนิดนึงทำไมจะไม่ได้ ผมดีใจมากที่รู้ว่าคุณคิดแบบนั้น ผมดีใจมากที่ได้รู้ว่า อย่างน้อย ก็มีคุณที่คอยอยู่เคียงข้างผม รอผม ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจอีก และผมจะไม่ทำให้คุณต้องทุกข์ใจกับเรื่องทางญาติของผม ที่ผมเองพยายามไม่คิดว่า การที่ผมถูกเร่งให้ไปเรียนต่อ เป็นเพราะ ผมพูดว่า ผมมีคนที่ผมเลือกแล้ว และผมจะไม่ไปหมั้นกับคนที่เค้าหาให้ ผมหวังว่าคุณคงจะไม่คิดแบบนั้นเช่นกัน
ผมอยากได้ฟังคำนั้นของคุณอีกครั้ง เหมือนกับที่คุณพูดให้ผมฟังตอนที่ผมบอกความจริงกับคุณ เวลาของผมในเมืองไทยเหลือน้อยเต็มที แต่เวลาของผมที่จะได้อยู่กับคุณ เหลือน้อยกว่านั้นหลายล้านเท่า บางเรื่องที่ผมเขียนเอาไว้ในนี้ คุณอาจจะไม่เคยได้รู้
ผมหวังว่าคุณจะอธิษฐานต่อแหวนที่ผมให้คุณไป ว่า คุณจะรอผมกลับมา เพียงแค่นั้น ผมก็พอใจแล้ว แม้ว่าความฝันก่อนหน้านี้ที่จะได้อยู่ร่วมกับคุณ จะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม ผมจะยังรักคุณคนเดียว ไม่เปลี่ยนแปลง และหวังว่าคุณจะรักผมเช่นเดียวกับที่ผมรักคุณ ผมจะทิ้งหัวใจรักของผมเอาไว้ที่เมืองไทย ทิ้งมันเอาไว้ที่คุณ
"ผมรักคุณนะ"